เรื่องของต้นไม้บ้านโดยอ.ภัทรชัย(แนะนำให้ทุกคนอ่านก่อนทำโรงเรือนgreen house)

ผมจะมาเล่าเรื่องต้นไม้บ้านให้ฟัง

Greenhouse
-green แปลว่า เขียว
-house แปลว่า บ้าน
-รวมกันแล้วแปลว่า บ้านเขียว ซึ่งก็น่าจะได้ความหมายว่า บ้านต้นไม้อาศัยอยู่

เหมือน ฝรั่งเรียก คนมือเย็นว่า green thumb
ซึ่งคนมือเย็น หมายถึงคนประเภทที่ ปลูกอะไรก็ขึ้น แค่เอามือ จับๆก็ออกดอกออกผล
ซึ่งต่างจากคนมือร้อน หยิบอะไรก็เหี่ยว เอาน้ำเย็น รดต้นไม้ ต้นไม้ยังโดนแมลงกิน

สรุปก็คือ คนประเภทนี้ ไม่ควรทำอะไรกะต้นไม้ กินอย่างเดียวพอ
ซึ่งฝรั่งยอมไม่ได้ จึงคิดค้นศาสตร์ ที่เรียกว่าวิทยาศาสตรขึ้นมา
ตั้งกฎว่า ไม่ว่ากิจกรรมใดๆ หากเราควบคุมปัจัจัยต่างๆ ให้ครบแล้ว ทำการทดลอง แล้วได้ผลเหมือนกันทุกครั้ง ให้เรียกว่า วิทยาศาสตร

ดังนั้น การทำวิทยาศาสตรจึงต้องมีระเบียบ ขั้นตอน เป๊ะๆ
ให้ใส่อะไรก่อน อะไรหลังต้องทำตามเป๊ะๆ ช้าไป ไม่ได้ เร็วไปไม่เกิด น้อยไปก็ไม่เกิด มากไปก็ไม่พอ
เราจึงเชื่อกันเหลือเกินว่า อะไรเป็นวิทยาศาสตร์ ต้องสำเร็จ ต้องได้อย่างที่พิสูจนกันมาเป็นร้อยๆพันๆครััง
บอกให้จิิ้มก็ต้องจิ้ม ถ้าไม่จิ้ม ก็ไม่ไดผล
เฉกเช่นเดียวกัน จะไปทางเดียวกัน ก็ต้องเดินพร้อมๆกัน

ผมจะอธิบายว่า ควรจะใช้พัดลมให้อากาศไหลเวียนภายในดีป่าว

ต้นไม้ ไม่ได้มีไว้ปลูกในบ้าน โดยสภาพต้องอยู่กลางแจ้ง การนำไม้มาไว้ในโรงเรือนเปนเรื่องผิดธรรมชาติ
เมื่อนับ 1 ผิด นับ 2 นับสาม ก็ผิด เหมือนกระดุมเม็ดแรก
ติดผิด เสื้อก็ไม่ตรง ดังนั้นเสื้อไม่ตรง อย่าใส่ดีกว่า
เหมือนกับถามว่า อยู่ในโรงเรือนมันร้อน แล้วทำไมไม่ปลูกกลางแจ้ง
ยัยนู๋นั้น ตอบว่า ก็จออนุญาติเค้าปลูกในโรงเรือน อ่ะค่ะ เลยต้องเปิดพัดลม
เพราะพอมันเริ่มผิด ก็ไม่รู้จะทำให้มันถูกได้อย่างไร

ต้นไม้นั่นถูกออกแบบมาให้อยู่ตากแดดตากฝน กี่ฝนกี่แดด ก็ไม่เคยตาย นอกจากมีคนไปฟันมันทิ้ง
วันที่อากาศเปลี่ยนแปลงอย่างหนัก อุณหภูมิจะตกลงไปติดลบ น้ำเปลี่ยนจากของเหลวกลายเป็นของแข็ง แข็งแล้วแข็งอีก
ต้นไม้ก็ดูเหมือนจะตาย แต่เมื่อคลายหนาว แดดออกก็กลับมามีชีวิตได้
ผมเจอมากะตัว ผมตีองเดินย่ำหิมะ หนาเท่าตัวผมเพื่อไปเรียนหนังสือ
แต่พอแดดออก ต้นไม้แห้งๆออกลูกเบอรีให้เด็ดเดินกินได้

ในทำนองกลับกัน เมื่อมันร้อนสาหัสสากัน
ต้นไม้ก็ทิ้งใบ เปลี่ยนเปนหนามแหลมคม ป้องกันต้องเองไม่ให้สัตวที่หิวโหยมากัดแทะมัน
เมื่อฝนตก ได้น้ำได้ท่าก็ออกดอกออกผล เร่งผลิตลูกผลิใบ เพื่อต่อสู้กันต่อปีหน้า

ดังนั้น อย่าดูถูกว่า พืชอ่อนแอ
มันทนทั้งร้อน ทนทั้งหนาว ทนไม่ได้ก็ปรับตัว คนเสียอีก ที่ทนไม่ได้
เมื่อหนาวไม่มีสีเขียวๆ อยากเห็นเขียวก็ไปเอาต้นไม้เข้ามาไว้ในร่ม เพื่อตัวเอง

ด้วยองค์ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์
สังเกตว่า แสงแดดที่ส่องมามันร้อน
ถ้าจะกักความร้อนไว้ก็เอาผนังโปร่งแสงมากั้นหลังคา
แสงที่เปนคลื่น สาดส่องลงมา ด้วยที่ตัวมันนั้นเปนอานุภาค จึงกระทบกับทุกสิ่งทุกอย่าง กะแทกกันมากๆๆเข้าก็เกิดเปนความร้อน
เมื่อเปนความร้อนแล้ว ก็หนีออกไปนอกหลังคาไม่ได้ ก็ตีกันไปตีกันมาจนร้อนขึ้น ร้อนขึ้นร้อนขึ้น
เหมือนเราจอดรถตากแดด อ่ะคับ

ความร้อนไม่ได้มาจากอากาศข้างนอก แต่มาจากแสงแดด ที่เปนคลื่นและอานุภาค มากะทบกันแล้วหาทางออกไม่ได้ ก็ร้อนขึ้น ร้อนขึ้น
สรุปแสงกะอนุภาค ตัวเดียวกันนะคับ

องค์ความรู้นี้ ทำให้เกิดการสร้าง greenhouse
ดังนั้นโรงเรือนกรีนเฮ้าจึงต้องใส่ เพื่อเอาแสงมาแปลงเป็นความร้อน
เพิ่มอุณหภูมิอากาศข้างบนที่เย็นจนน้ำแข็ง ให้อุ่นพอที่จะทำให้ต้นไม้อยู่ได้*ข้างใน*
พอเอาเข้าจริงแล้ว แสงก็ไม่พอนะครับที่จะทำให้อากาศภายในอุ่นพอ
ฝรั่งยังต้องใส่ heater เพิ่มใน gh เพื่อเพิ่มความร้อน
ส่วนแสง ก็ต้องรับ 100 % ดังที่ผมอธิบายไปตาม เรื่อง แสง เรื่องสี
เพราะมันเปนปัจจัยที่ทำให้พืชสร้างอาหาร
แต่ถ้า อุณหภูมิ ต่ำเกินใป ของเหลวภายในก็จะเปลี่ยนนเปนของแข็ง ก็คือกลายเปนน้ำแข็งนั่นแหละ

เป็นน้ำแข็งแล้วทำไม?
เมื่อน้ำเปลี่ยนจากของเหลวเปนของแข็ง น้ำจะขยายตัว
ขยายตัวจนเบ่งให้เซลแตก
พอ อากาศอุ่น ก็แปลว่าต้นไม้ตายไปเรียบร้อยแล้วเพราะเซลแตก
นั่นก็คือเหตุที่เวลาเอาปลาแช่ช่องแข่ง เอาออกมาละลาย เนื้อมันถึงได้เหลวเปว เพราะเซลมันแตก ทำอะไรก็ไม่อร่อย เพราะของเหลวมันไหลไปกับน้ำที่ละลายหมด

ดังนั้น ปทไทยที่มีแสงแดด ฉ่ำทั้งปีจึงไม่ควรเป็นอย่างยิ่งในการเอา ไอ้โรงเขียวนี่มาปลูกต้นไม้ ไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม
แต่เราดันมา เมาความรู้ว่า ฝรั่งมันปลูกในโรงเรือน เราก็ตัองเอาบ้าง ทั้งๆที่ไม่รู้เลยว่าเค้าทำไปทำไม

ผมเชื่อว่าทุกท่าน ทราบว่าทำไมเราต้องปลูกพืช โดยมุงหลังคา
ผมเดาว่า คำตอบคือกันฝน
งั้นมุง กระเบิ้องซีแพค ล่ะกัน ฝนไม่เข้าแน่ แล้วก็จะมาหาว่าผมบ้า
แล้วต้นไม้จะได้แดดอย่างไร งั้นก็มุงหลังคาใส เมื่อมุงหลังคาใส ก็ต้องยอมรับกับความร้อนที่มันเกิดขึ้นมา

 ก็มันร้อน ก็ต้องติดพัดลมไงคับ
แล้วจะเอาไปปลูกในโรงเขียว กันทำใมนะ น้องนางก็ตอบว่า ก็เราขออนุญาตปลูกใน รร อ่ะน้า
ภัทรชัย พอปลูกแล้วมันร้อน ก็เอาพัดลมเป่า ถ้าถามต่อ นางคงว่า ป๋าอี๊ด ถ้าหนูรวย หนูคงจะติดแอร์ อ่ะน้าเพราะมันร้อน
(chai ; งี้ต้องระบายอากาศหรือป่าวครับ, ภัทรชัย ; ใช่คับ ต้องระบายออกคับ)

ดันไปขอว่าจะปลูกในโรงเรือน ควรจะปลูกกลางแจ้งครับ

ไปซื้อมุ้งมาคลุมกันแมลง แมลงพวกนี บินสูงแค่ยอดหญ้าคับ เวลาเคลื่อนทัพ มันกระโดดคับ
หากมุงพลาสติกก็เกิดความร้อน มุงด้วยมุ้ง มุ้งมีขนาดตาข่ายกว้างเท่าไรคับ
เบอร์ 36 ป่าว ผมไม่แน่ใจ เอ้า 36 เส้นกลัวแมลงเข้าได้ เพิ่มเปน 42 เส้น 72 เส้น แล้วจะไปเหลือ พื้นที่ เท่าไรให้ลมเข้าล่ะครับ

ดังนั้นการคุม รร ด้วย พลาสติกมุงหลังคา กับการเลือกมุงปิดทั้ง 4 ด้านจึงไม่ต่างอะไรกับการอบต้นกัญชง ภายใต้แสงแดดอันร้อนระอุของทุ่งบางกะปิคับ
แล้วคิดหรือครับว่า ตาถี่ 36 42 เนี่ยมันจะกักแมลงได้จริง
แมลงบางตัวเล็กกว่าไรผม ถึงเรียกว่า ไรแดง ไงครับ
ถ้าตัวมันโต ลอดตาถี่ไม่ได้ เรียกว่าตั๊กแตนครับ
ดังนั้น สุดท้าย ก็ต้องใช้……….(หาอ่านเรื่องแมลงได้ต่อที่หัวข้อ ศัตรูพืช)

This site is registered on wpml.org as a development site.